การแปลงวิดีโอ Facebook เป็น MP3 ทำอะไรกับไฟล์บ้าง
วิดีโอบน Facebook คือกล่องบรรจุที่มีแทร็กภาพกับแทร็กเสียงวางอยู่คู่กัน การแปลงวิดีโอ Facebook เป็น MP3 คือการหยิบเฉพาะแทร็กเสียงออกมาเข้ารหัสใหม่ แล้วทิ้งภาพไปทั้งหมด ผลลัพธ์จึงเล็กลงมาก โดยทั่วไปเหลือไม่กี่ MB แทนที่จะเป็นหลักสิบหรือหลักร้อย และนั่นคือเหตุผลที่ต้องรอสักครู่ เพราะระบบกำลังประมวลผลเสียงจริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนนามสกุลไฟล์
บิตเรต ตัวเลขสูงกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า
Facebook เก็บเสียงไว้เป็น AAC ส่วนใหญ่อยู่แถว 128 kbps การแปลงไฟล์นั้นเป็น MP3 ที่ 320 kbps ไม่ได้เติมอะไรกลับเข้าไป ได้แค่ไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นโดยที่เสียงเหมือนเดิมทุกประการ เพราะรายละเอียดที่หายไปตอนเข้ารหัสครั้งแรกหายไปอย่างถาวร เพดานที่แท้จริงของการแปลงทุกครั้งคือคุณภาพของไฟล์ต้นทาง
ในทางปฏิบัติ 128-192 kbps คือจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับไฟล์ที่มาจาก Facebook ถ้าเป็นเสียงพูดอย่างบทสัมภาษณ์ งานบรรยาย หรือพอดแคสต์ แค่ 96 kbps ก็แทบแยกไม่ออก และไฟล์เล็กพอจะเก็บไว้ในมือถือเป็นร้อยไฟล์
เมื่อไหร่ที่เอาเฉพาะเสียงดีกว่า
การแยกเสียงออกมาคุ้มชัดเจนกับทุกอย่างที่เราฟังมากกว่าดู ทั้งงานบรรยายและเซสชันสัมมนาที่มีคนอัดไว้ บทสัมภาษณ์และพอดแคสต์ที่โพสต์มาในรูปวิดีโอ เทศน์และเลกเชอร์ บทฝึกภาษาที่อยากเปิดวนซ้ำ หรือเซ็ตดนตรีที่อยากเก็บไว้ฟังในมือถือโดยไม่ต้องแบกไฟล์วิดีโอมากินแบต เสียงยังเล่นต่อได้ตอนปิดหน้าจอบนมือถือทุกเครื่อง ซึ่งวิดีโอส่วนใหญ่ทำไม่ได้
ถ้าอยากได้ภาพด้วย ใช้หน้า โหลดวิดีโอ Facebook แล้วเก็บไฟล์ MP4 ไว้ดีกว่า เพราะการมาแปลงทีหลังมีแต่จะเสียคุณภาพเพิ่มอีกหนึ่งรอบ
วิดีโอที่ไม่มีเสียงให้แยก
วิดีโอบางคลิปไม่มีแทร็กเสียงติดมาเลย ทั้งคลิปอัดหน้าจอแบบเงียบ คลิปที่ใส่คำบรรยายมาเพื่อเล่นอัตโนมัติในฟีดที่ปิดเสียงไว้ และไทม์แลปส์ ล้วนเป็นกรณีที่เจอบ่อย ถ้าวิดีโอไม่มีอะไรให้แยกออกมา ตัวเลือก MP3 จะไม่ขึ้นมาให้เลือก และนั่นเป็นความตั้งใจ เพราะไฟล์เงียบไม่คุ้มกับเวลาที่รอ
เพลง พอดแคสต์ และสิ่งที่เก็บไว้ได้
การแยกเสียงออกมาไม่ได้เปลี่ยนว่าใครเป็นเจ้าของ เพลงที่มีคนโพสต์ลง Facebook ยังเป็นผลงานของเจ้าของลิขสิทธิ์เหมือนเดิม และใบอนุญาตที่ให้เล่นเพลงนั้นในแอปของ Facebook ไม่ได้ครอบคลุมไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ไม่ครอบคลุมวิดีโอที่เราเอาไปอัปโหลดที่อื่น และไม่ครอบคลุมงานเชิงพาณิชย์ การเก็บงานบรรยายไว้ฟังระหว่างเดินทางคือการใช้งานส่วนตัวตามปกติ แต่การสร้างคลังเพลงจากไฟล์ที่คนอื่นอัปโหลด หรือการเอาเสียงที่แยกออกมาไปใส่ชื่อตัวเอง ไม่ใช่ และระบบตรวจจับอัตโนมัติจับได้แม่นยำ